[review2] 我的课文

posted on 05 Oct 2009 20:22 by choi-littleguide in Chinese

วู้ ๆ ฮ้า ฮา~ มาทบทวนไวยากรณ์จีนสุดเบสิคกันดีกว่า

หลายๆคนคงจำได้และมีอีกหลายคนที่เคยจำได้ (เหมือนอิชั้น 55+)

ขอนำเสนอเจ้านี่ <de เตอะ >หมายถึง ของ,ที่

หน้าที่แรก คือขยายคำนามให้ชัดเจนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

โครงสร้าง : หน่วยขยายคำนาม + (ที่) + คำนาม(ที่ถูกขยาย)

เอาอย่างนี้ล่ะกันจะยกตัวอย่างให้ดู...

เดิมทีถ้าเราบอกว่า "นักเรียน" เอ่อ นักเรียนก็นักเรียนดิมีตั้งหลายคน ไม่ได้เจาะจงว่านักเรียนคนไหน ยังไง

แต่ถ้าเราต้องการเจาะจงและขยาย นักเรียน(คำนาม) ให้ชัดเจนขึ้น

อาจระบุไปว่า "นักเรียนที่เรียนภาษาจีน" เท่านี้แหล่ะ หากแปลเป็นจีนจะใช้ ไปช่วยขยาย

ตามโครงสร้าง>>  หน่วยขยายคำนาม + (ที่) + คำนาม(ที่ถูกขยาย) จะได้เป็น

                                学习汉语          的                 学生

                             (เรียนภาษาจีน)          (ที่)                  (นักเรียน)

    คำตอบคือ...      学习汉语 学生. แปลว่า นักเรียน ที่ เรียนภาษาจีน

สรุปคือ หน้าที่แรกของ คือ ขยายคำนามโดยการวางไว้ตรงกลางระหว่างส่วนขยายกับคำนาม

ขอแค่จำโครงสร้างของมันก็พอแล้ว หน่วยขยายคำนาม + (ที่) + คำนาม(ที่ถูกขยาย)

นอกจากนี้ 的 หากวางอยู่หลังคำคุณศัพท์ก็แปลว่า ที่ เช่นกัน

เช่น 朋 友 . (เหิน ห่าว เตอะ เผิง โหย่ว) hen2 hao3 de peng2 you

( เป็นคำคุณศัพท์แปลว่า ดี) 的 ตามหลัง จึงแปลว่า เพื่อน ที่ ดีมาก นั่นเองค่ะ

 *เวลาแปลไทย-จีนจะไม่เหมือนกัน สังเกตดูโครงสร้างของภาษาจีนกับการแปลเป็นไทย

จะมีการวางตำแหน่งที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นพยายามแยกแยะให้ออกนะ* (อิชั้นเริ่ม งง??)

 

หน้าที่สอง คือบอกการแสดงความเป็นเจ้าของ ในที่นี้จึงแปลว่า "ของ"

โครงสร้าง : คำนาม,สรรพนาม(เจ้าของ) + (ของ) + คำนาม(ที่ถูกเป็นเจ้าของ)

เช่น หนังสือของฉัน 

ตามโครงสร้าง >> คำนาม,สรรพนาม(เจ้าของ) + (ของ) + คำนาม(ที่ถูกเป็นเจ้าของ)

 จะไ้ด้เป็น                         我                          的                     书

                                     (ฉัน)                             (ของ)                      (หนังสือ)

     คำตอบคือ...       书. แปลว่า หนังสือ ของ ฉัน

สรุป  หน้าที่ที่สอง จะใช้ในการแสดงความเป็นเจ้าของ แปลว่า ของ 

โครงสร้างคือ คำนาม,สรรพนาม(เจ้าของ) + (ของ) + คำนาม(ที่ถูกเป็นเจ้าของ)

หรือจะจำประโยค  我 的 书.หนังสือของฉัน แล้วเอาไปเทียบกับโครงสร้างเอาเองก็ได้ จำง่ายดี..

*ย้ำ! เวลาแปลไทย-จีนจะไม่เหมือนกัน สังเกตดูโครงสร้างของภาษาจีนกับการแปลเป็นไทยจะมีการวางตำแหน่งที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นพยายามแยกแยะให้ออกนะ*

 

และสุดท้าย ในบางครั้งไม่จำเป็นต้องมี ก็ได้แต่ว่าความหมาย (的) ยังคงอยู่ ...

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนที่สามารถละ 的 ได้ แบ่งเป็น 3 กรณีดังนี้

3 กรณีที่สามารถละ 的 ได้  

1) ประโยคนั้นบอกถึงความสัมพันธ์ในเครือญาติหรือความสนิทชิดเชื้อสามารถละ 的 ได้

เช่น爸爸 (หว่อ เตอะ ป้า ป่ะ) พ่อของฉัน >> 我爸爸 (หว่อ ป้า ป่ะ) พ่อ(ของ)ฉัน

2) ประโยคนั้นบอกถึงความสัมพันธ์แบบ หัวหน้างาน หรือ หน่วยงานต้นสังกัดสามารถละ 的 ได้

เช่น 经理 (หว่อ เตอะ จิง หลี่) ผู้จัดการของฉัน >> 我经理 (หว่อ จิง หลี่) ผู้จัดการ(ของ)ฉัน

       公司   (หว่อ เตอะ กง ซือ) บริษัทของฉัน >> 我公司 (หว่อ กง ซือ) บริษัท(ของ)ฉัน

3) ประโยคนั้นบอกถึง สิ่งปกติทั่วไปที่มีมาแต่นมนานจนเป็นที่คุ้นเคย น้าน นาน ~

เช่น 黑色头发 (เฮย เซ่อ เตอะ โถว ฟา) ผมสีดำ  >> 黑发 (เฮย ฟา) ผมดำ

(ผมดำธรรมชาติอยู่แล้ว..จึงตัด 的 ออกไป)

หากนอกเหนือจาก 3 กรณีนี้แล้วก็อย่าละ ล่ะกันนะจ้ะ !

หวังว่าคงจะเข้าใจกันมากขึ้น ถ้าหมั่นใช้ประโยคพวกนี้บ่อยๆเราก็จะเก็ทเอง สู้ๆๆ

---------------------------------------------------------------------

ย่อมาจากหนังสือ "เรียนอย่างเข้าใจ ไวยากรณ์จีน" โดย อาศรมสยาม-จีนวิทยา

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีค่ะ big smile confused smile
จดๆๆๆ ไม่มีความรู้ภาษาจีนเลยค่ะ เคยพยายามเรียนเองแต่ไปไม่ถึงไหน ยากมากๆๆๆๆ ขอบคุณสำหรับความรู้นะค๊า~~!

#3 By PanDa & PaWwAw on 2009-10-09 00:36

55+
(ชมงี้เขินแย่)question